fbpx

ถ่ายสินค้าและแพคช็อต

รับ ถ่ายรูป สินค้า และแพคช็อต

PRODUCT & PACK SHOT PHOTOGRAPHY

พร้อมช่างภาพ และ สตูดิโอ เหมารวม ราคา 5,500 บาท สูงสุด 30 ตัว

1.ราคานี้ไม่รวมค่าไดคัท

2.ราคานี้ทีมงานเราปรับมูทแอนด์โทนให้ทั้งหมดทุกไฟล์

3.ราคานี้ทีมงานถ่ายฉากขาว หากต้องการฉากสีด้วย หรือต้องการพร๊อพสามารถคุยตกลงกันได้อีกครั้ง

4.ราคานี้ได้ไฟล์งานไม่จำกัดจำนวนภาพ

5.ลูกค้าสามารถส่งสินค้ามาให้ทางทีมงานถ่ายได้ พร้อม Ref ที่ลูกค้าต้องการ

ส่งไฟล์งานในรูปแบบ google drive สำรองไฟล์งานทั้งหมดให้

พร้อมช่างภาพและสตูดิโอ เหมารวม ราคา 5,500 บาท สูงสุด 30 ตัว

  1. ราคานี้ถ่ายไม่เกิน 4-5 ชั่วโมง 
  2. ราคานี้ไม่รวมไดคัท                           
  3. ราคานี้ปรับมูทแอนด์โทนให้ทั้งหมดทุกไฟล์ เพื่อให้สีเสื้อผ้าตรงตามจริง                             
  4. ราคานี้ถ่ายฉากขาว หากต้องการฉากสีด้วย หรือต้องการพร๊อพสามารถคุยตกลงกันได้อีกครั้ง
  5. ราคานี้ได้ไฟล์งานไม่จำกัดจำนวนภาพ
  6. ราคานี้ไม่รวมค่านางแบบ ไม่รวมช่างแต่งหน้า หากต้องการเพิ่มสามารถหาให้ได้ราคาไม่แพง                                      

ส่งไฟล์งานในรูปแบบ google drive สำรองไฟล์งานทั้งหมดให้

หมายเหตุ : ราคาทั้งหมดพร้อมทั้งสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับ สามารถปรับคุยกันได้ตามสโคปงานอีกครั้ง

 

หลักการถ่ายรูป

      เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ หากมีความน่าสนใจ จะดีใจ จะเสียใจ จะมีความสุขในรูปแบบต่างๆ หรือมีความทุกข์ ผู้คนทุกชนชั้นจะนิยมเก็บความทรงจำด้วยการถ่ายรูป เพราะสามารถเก็บเรื่องราวเวลานั้นๆที่เกิดขึ้นได้ทันทีทันใด เพื่อเอาไว้เตือนตัวเองในอนาคตข้างหน้าว่าวันนี้ เวลานี้เกิดอะไรขึ้น ทุกวันนี้การถ่ายรูป กล้องถ่ายรูป เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากกับชีวิตทุกคน เรียกได้ว่าเป็นปัจจัย 4 ก็ว่าได้เลยทีเดียว ทุกวันนี้มือถือที่เรานิยมใช้กันไม่เพียงแค่ ค่ายไหนจะดัง ระบบปฎิบัติการแบบไหนจะดีกว่า ไม่ว่าจะเป็น ระบบ iOS หรือ ระบบ android การตัดสินใจซื้อมือถือสักเครื่อง มาจากรูปลักษณ์ที่ดูทันสมัย เป็นอันดับแรก แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ กล้องที่ติดมากับอุปกรณ์สื่อสารที่เรียกว่ามือถือ เพราะอะไรหรอ เรารู้กันดีอยู่แล้ว ใครๆก็อยากถ่ายรูปตนเอง ให้ออกมาสวย ให้ออกมาหล่อ ถ่ายคนที่เรารักให้ออกมาดูดี ฉะนั้นการเลือกกล้อง ที่ติดมากับ มือถือสักเครื่องกล้องถ่ายรูป ก็เป็นตัวตัดสินใจได้อย่างมากเลยทีเดียวครับ

      ทีนี้ผมจะมาพูดถึงการใช้ชีวิตประจำวัน กิจวัตรประจำที่สัมพันธ์กับการ ถ่ายรูป นะครับ อย่างแรกเลยสมัยนี้ไม่ว่าใครก็แล้วแต่ ชอบซื้อของ ช๊อปสินค้า เลือกซื้อสินค้า ผ่านระบบสื่อโซเชียลมีเดีย ทั้งสิ้น ผมกล้าบอกได้เลย คนทุกชนชั้นจริงๆที่สั่งซื้อ สินค้าผ่านระบบนี่ คือสะดวกและง่ายดายมาก แม้กระทั่งคนแก่สูงอายุมากๆยังหาซื้อสินค้าผ่าน อินเตอร์เน็ต ได้ง่าย เด็กอายุเพียงแค่ 7-8 ขวบก็สามารถสั่งซื้อสินค้าที่ตนเองชอบได้แล้วครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้สินค้าทุกประเภท จะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้อง ถ่ายรูป เพื่อให้สินค้าของตนเองมีความโดดเด่น ดูทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น อาหาร เสื้อผ้า สินค้าอุปโภค บริโภค ทั้งหลายต้องพึ่งการถ่ายรูป ทั้งสิ้น กล้อง ดิจิตอล จึงเข้ามามีบทบาท เดี๋ยวนี้มีช่างภาพมากมายที่มีความสามารถและมีกล้องถ่ายภาพ ก็ถูกว่าจ้างให้มาถ่ายสินค้ากันทั้งนั้นครับ แต่การเลือกช่างภาพที่จะให้มาถ่ายภาพให้นั้น มันมีหลายองค์ประกอบนะครับ ไม่ใช่ว่าใครๆก็ถ่ายได้แม้แต่คนที่เรียกตัวเองว่าเป็นช่างภาพก็ตาม สิ่งแรกเลยต้องดูก่อนเลยครับว่า สินค้าที่ลูกค้าจ้างให้เราถ่ายให้นั้น เป็นสินค้าประเภทไหน ลูกค้าต้องการนำเสนอแบบไหน เราต้องตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้ครับ ที่แน่นอนที่สุดคือเรื่องของ มุมมอง การวางภาพ การวางสินค้า กล้อง canon หรือแม้แต่กระทั่งพร๊อพต่างๆที่จะนำมาประกอบกับสินค้านั้นๆ ทำให้ภาพถ่ายออกมาดูดี ส่งภาพลักษณ์ของสินค้าให้ดูน่ามอง สะดุดตา ทำให้สินค้าดูแพง น่าซื้อทันทีที่ได้เห็นเลยมาจาก กล้องถ่ายรูป ทั้งนั้น อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่แพ้กันเลยสำหรับการถ่ายรูป แต่ละครั้ง คือต้องเข้าใจเรื่อง สี และ เรื่องของแสง เรื่องของคู่สีสำคัญมากๆนะครับ เพราะสินค้าของลูกค้าจะเหมาะกับสีแบบไหน แบล๊คกราวแบบไหน ช่างภาพต้องดูให้ออกนะครับ สีต้องตัดกันแบบเกิดความมีมิติของภาพทำให้สินค้าดูโดดเด่นขึ้นมา เรื่องของแสง แสงจะสามารถทำให้สินค้านั้นๆดูมีความเรียลหรือมีความจริงมากขึ้น ก็มาจากแสงนี่แหละครับ แต่ว่าสินค้าแต่ละอย่างก็จะใช้ พร๊อพและแสงที่แตกต่างกันอีกเช่นกันครับ เราจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องใช้ กล้อง ที่ดี อาจจะเป็น กล้อง ดิจิตอล ก็ได้ กล้องถ่ายรูป มีมากมายหลายค่าย ไม่ว่าจะเป็น กล้อง canon กล้องNikon กล้องSony หรือ กล้อง mirrorless คือ กล้อง ดิจิตอล

      อย่างเช่น สินค้าประเภทอาหารครับการถ่ายรูป อาหารนั้นจะต้องทำให้สีของอาหารดูน่าทาน ไม่สดจนโอเวอร์เกินไป แต่ก็ไม่ซีดจนดูเหมือนอาหารของผู้ป่วย พร๊อพก็สำคัญสำหรับ การถ่ายภาพอาหารครับ อย่างเช่นจะถ่ายรูป ต้มยำสักหม้อหรือสักชาม พร๊อพที่เราจะเลือกใช้ ที่ผมเคยถ่ายมาโดยใช้ กล้อง ถ่ายภาพและสามารถนำมาบอกต่อได้ คือ ตาข่ายดักปลา หรือที่เรียกกันว่าอวนดักปลานั้นเอง ตรงนี้จะสื่อถึงความเป็นทะเล คือซีฟู้ด มะนาวหั่นเป็นแว่นๆ ก็นำมาเรียงๆกัน ทำให้สื่อถึงความเปรี้ยว หอมแดงนำมาปลอกเปลือกบ้างไม่ปลอกเปลืองบ้าง ข่า ตะไคร้ ใบมะกูด พริกแห้ง พริกสด พร๊อพเหล่านี้จะสามารถนำมาจัดวางรอบๆจานชาม ของเมนูต้มยำ ได้เป็นอย่างดี เพื่อสื่อให้เห็นว่าในถ้วยอาหารนั้นประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ให้เกิดแรงดึงดูดน่าทาน มีความแซ่บ เห็นภาพถ่ายแล้วอยากจะซื้อมาทานทันที นี่ผมพูดถึงแค่อาหารเพียงอย่างเดียวนะครับ คิดดูว่าในเวลานี้ เดลิเวอร์รี่ มีมากมาย ร้านอาหารเพียงร้านเดียว มีอาหารไม่น้อยกว่า 10 อย่างแน่นอนครับ เพราะฉะนั้นการถ่ายรูป อาหารถือว่าค่อนข้างยากมากนะครับ อีกเรื่องคือเรื่องแสง เดี๋ยวนี้จะนิยมใช้แสงธรรมชาติมากขึ้นเพื่อให้สีของอาหารมีความเหมือนจริงมากที่สุด แต่ก็มีการประดิษฐ์แสงจำลองแสงธรรมชาติได้เช่นกัน การทำแสงให้เหมือนแสงแดดพาดผ่านตัวอาหารก็ทำให้เกิดการสะดุดตาอย่างไม่น่าเชื่อครับ ทีนี้เจ้าของร้านอาหารที่มาจ้างเราถ่ายรูป ก็จะสามารถนำรูปต่างๆมาโพสขึ้น ช่องทางการรับรู้ และการเข้าถึงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เพจ เฟสบุ๊ค เวปไซต์ ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม แต่การ ถ่ายรูป ไม่ได้หยุดแค่นั้น อาจจะมีการตกลงกับลูกค้าผู้จ้างเราอีกว่า จะถ่ายกับฉากสีขาว เพื่อลูกค้าสามารถนำภาพที่ถ่ายได้แล้วไป ไดคัท แล้วนำมาวางซ้อนทับการภาพอื่นๆ ทำให้เกิดความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อย่างเช่นการทำโปรโมชั่นในแต่ละภาพ จึงจำเป็นที่จะต้องถ่ายฉากหลังให้ขาวเพื่อเอาไว้ใช้งานด้านอื่นๆอีกครับ

กล้องถ่ายรูป กล้อง canon

      มาพูดถึงเรื่องการถ่ายรูป โดยใช้ กล้อง canon สินค้าอีกประเภท คือพวกข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ผมจะยกตัวอย่างออกมาสักอย่างนะครับ กระเป๋า และ ลิปสติก สินค้า ทั้งสองตัวนี้หลักการถ่ายใกล้เคียงกันมากๆนะครับ จะต่างกันตรงการจัดวางสินค้า การจัดแสง แต่แสงโดยส่วนใหญ่สินค้าประเภทนี้จะให้แสง จำลองออกมาเป็นแสงแดดอ่อนๆ ทำให้แสงที่ตกกระทบลงบนสินค้า คือกระเป๋า หรือ ลิปสติก เกิดเงาทอดยาวไปอีกฝั่ง คิดง่ายๆเหมือนเรายืนกลางแดด แต่เป็นแดดช่วงบ่าย 2 ถึง บ่าย 3 เราจะสังเกตุเห็นว่าจะเกิดแสงที่มากระทบตัวเราแล้วมีเงาเกิดขึ้นอีกด้านที่ตรงกันข้ามกับด้านที่แสงส่องมาที่ตัวเรา ตรงนี้แหละคือความสวยงามของภาพ พอเราถ่ายรูป ออกมาก็จะเห็นเงาในส่วนที่มืดชัดเจนและคม ทำให้สินค้าดูแพง แต่ต้องมีการจัด สินค้าวางสินค้า ให้มีมิติ มีจุดตัดกันของสินค้า จริงๆแล้วนำกฎ 3 ส่วน หรือจุดตัด 9 ช่องมาใช้ในการวางสินค้าได้เลย ที่เหลือคือ มุมมองของตัวช่างภาพเองว่าจะวางเฟรมภาพแบบไหนอันนี้แล้วแต่ประสบการณ์ของแต่ละท่าน เพราะช่างภาพแต่ละท่านมีมุมมองที่แตกต่างกันออกไป เกือบลืมอีกอย่างครับ ถึงแม้ว่าการถ่ายแสงแบบนี้จุดความน่าสนใจจะเป็นเรื่องของเงาแล้วก็ตามแต่อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือตัวพร๊อพร่วม พร๊อพร่วมในที่นี้หมายถึง พวกกล่องใส่ลิปสติก หรือ กล่องใส่กระเป๋า เดี๋ยวนี่นิยมทำกันออกมาเพื่อให้สินค้าดูมีราคามากยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องนำไปจัดวางให้กลมกลืนกับตัวสินค้าหลักที่ต้องการนำเสนอ ไม่เช่นนั้นก็จะทำให้พร๊อพมาแย่งซีนของตัวสินค้าหลัก ทำให้ภาพที่ถ่ายออกมาไม่สวย เอาจริงๆแล้วส่วนใหญ่ลูกค้าก็คือพ่อค้าแม่ค้า จะรู้อยู้แล้วครับว่าอยากได้ ภาพถ่ายแบบไหนลูกค้าจะส่งตัวอย่างมาให้ช่างภาพก่อนเสมอเพื่อถ่ายรูป สินค้าของลูกค้าออกมาให้ใกล้เคียงกับตัวอย่างที่ลูกค้าหามา เพราะจะตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด แต่ช่างภาพทุกคนก็สามารถปรับให้สวยงามได้อีกอาจจะไม่ต้องเหมือนกับตัวอย่างที่ลูกค้าส่งมาเป๊ะๆ แต่ถ้าช่างภาพมีความชำนาญและมีประสบการณ์จะเข้าใจได้เองว่าควรทำอย่างไรบ้างกับสินค้าชิ้นนั้นๆ

      ผมขอพูดถึงการถ่ายรูป เสื้อผ้าบ้าง ก็จะแตกต่างกับข้าวของเครื่องใช้อีกอยู่ดี อันดับแรกเลยเท่าที่ผมเคยได้ถ่ายเสื้อผ้าให้กับลูกค้า ต้องมองหานางแบบก่อนเลยครับว่ามีบุคคลิกที่สามารถสวมใส่เสื้อผ้าของลูกค้าแล้วจะออกมาสวยเลยไหม เพราะนางแบบแต่ละท่านก็มีสรีระแตกต่างกันออกไป พอเราสรุปนางแบบส่งรูปนางแบบให้ลูกค้าดูแล้วลูกค้าพอใจ ก็เริ่มลงมือนัดถ่ายรูป กันได้เลย การถ่ายเสื้อผ้านั้นจะต้องถ่ายแบบทั้งเต็มตัว ถ่ายแบบครึ่งตัว ถ่ายด้านข้าง ถ่ายด้านหน้า และที่สำคัญคือต้องถ่ายเจาะดีเทลหากเสื้อผ้าของลูกค้าที่ว่าจ้างเรามี กิมมิก หรือที่เรียกง่ายๆว่าความน่าสนใจที่สอดแทรกไว้เล็กๆบนเสื้อผ้า เราต้องถ่ายเจาะลงไปให้เห็นแต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีอย่างอื่นมาร่วมด้วยอาจจะเห็นสัดส่วนของนางแบบเพื่อไม่ให้ภาพถ่ายดูแห้งแล้งมากไปหรือดูจงใจถ่ายเจาะถ่ายมากเกินไป อีกสิ่งหนึ่งเลยคือการถ่ายเนื้อผ้าของเสื้อผ้าสำคัญมาก เพราะว่าการถ่ายภาพสินค้าประเภทเสื้อผ้าที่ลงในสื่อโซเชียลมีเดีย ผู้บริโภคไม่สามารถจะจับต้องเสื้อผ้าได้ว่าเนื้อผ้าเป็นแบบไหน เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของช่างภาพที่จะต้องถ่ายรูป ออกมาให้ให้รู้สึกได้ทันทีว่าเนื้อผ้าแบบนี้ทำให้อยากซื้อทันที ทำให้ผู้บริโภคเกิดความอยากได้ทั้งๆที่ไม่ได้เห็นตัวเสื้อผ้าของจริง ไม่ใช่เรื่อง่ายนะครับที่ทุกคนจะทำกันได้ แล้วเรื่องแสงหนียังไงก็ไม่พ้นที่ต้องรังสรรค์แสงออกมาให้เกิดความน่าสนใจเวลาแสงตกกระทบมาที่ตัวแบบและเสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็นแสงนุ่มๆดูเกาหลีๆจะเป็นที่นิยมมากๆ ในช่วงเวลานี้ เป็นกระแสนิยมมากเลย ส่วนตัวนางแบบก็ต้องโพสท่าทางเพื่อนำเสนอเสื้อผ้าให้ออกมาดูโดดเด่นมากที่สุด ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นผู้บริโภคมองแต่ตัวนางแบบแต่ไม่ได้สนใจเรื่องเสื้อผ้า ทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่กับช่างภาพแหละครับ ต้องควบคุมทั้งหมดให้ได้ เพื่อให้การถ่ายรูป เสื้อผ้าออกมาดีที่สุด ทั้งหมดนี้ที่กล่าวมา กล้องถ่ายรูป กล้อง ดิจิตอล และกล้อง ทุกอย่างสำคัญมากๆนะครับ

หรือติดต่อเราที่

Or contact us at